พวงมาลัยหนัก เกิดจากอะไร? อันตรายไหม

Last updated: 19 ธ.ค. 2568  |  43 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พวงมาลัยหนัก เกิดจากอะไร? อันตรายไหม

เมื่อการขับขี่ที่เคยราบรื่นกลับกลายเป็นความรู้สึกที่ต้องออกแรงมากผิดปกติในการบังคับทิศทาง นั่นคือสัญญาณเตือนว่ารถยนต์ของคุณกำลังเผชิญกับปัญหา "พวงมาลัยหนัก" ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของรถยนต์ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะทำให้การขับขี่ไม่สบายแล้ว ยังส่งผลต่อความปลอดภัยบนท้องถนนโดยตรง


ไม่ว่าคุณจะเคยเจอมาก่อน หรือเป็นมือใหม่หัดขับ การเข้าใจและเรียนรู้ไว้ล่วงหน้า ย่อมดีกว่าต้องมาตกใจเมื่อเจอจริงๆกับตัว มาดูกันว่าพวงมาลัยหนักเกิดจากอะไร อันตรายไหม และควรรับมืออย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์นี้ค่ะ


ทำไมรถถึงมีอาการ พวงมาลัยหนัก ?

ระบบพวงมาลัยในรถยนต์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้มีระบบช่วยผ่อนแรง (Power Steering) ดังนั้น หากพวงมาลัยเริ่มหนัก นั่นหมายถึงมีบางอย่างที่ขัดขวางการทำงานของระบบผ่อนแรงนี้ค่ะ


1.ระบบพวงมาลัยแบบไฮดรอลิก (Hydraulic Power Steering)

สำหรับรถยนต์รุ่นเก่า ระบบไฮดรอลิกจะใช้แรงดันน้ำมันช่วยผ่อนแรง ปัญหาที่ทำให้พวงมาลัยหนักส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุดังนี้

  • ระดับน้ำมันพาวเวอร์ต่ำ/น้ำมันเสื่อมสภาพ - น้ำมันพาวเวอร์เป็นหัวใจหลักในการสร้างแรงดัน หากระดับน้ำมันลดลง (ซึ่งอาจเกิดจากการรั่วซึม) หรือน้ำมันเก่าเสื่อมสภาพจนหนืดเกินไป จะทำให้ปั๊มพาวเวอร์ทำงานหนักและสร้างแรงดันได้ไม่เต็มที่
  • ปั๊มพาวเวอร์ชำรุด - ปั๊มพาวเวอร์ทำหน้าที่สร้างแรงดันน้ำมัน หากปั๊มเริ่มเสื่อมหรือชำรุด เช่น ใบพัดเสียหาย จะทำให้แรงดันตก พวงมาลัยจะหนักทันที หรืออาจมีเสียงหอนดังผิดปกติ
  • สายพานปั๊มพาวเวอร์หย่อนหรือขาด - สายพานที่ขับเคลื่อนปั๊มพาวเวอร์ หากหย่อนจะทำให้ปั๊มไม่สามารถหมุนได้ตามรอบที่เหมาะสม และหากมันขาด ปั๊มก็จะหยุดทำงาน ทำให้ไม่มีการผ่อนแรงเลย

 

2.ระบบพวงมาลัยแบบไฟฟ้า (Electric Power Steering หรือ EPS/EPAS)

สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ ระบบไฟฟ้าจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง ปัญหาที่ทำให้พวงมาลัยหนักมักเกี่ยวข้องกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ค่ะ

  • มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง ทำงานผิดปกติ - อาจเกิดจากความชื้น ความร้อนสูง หรือความเสียหายของตัวมอเตอร์เอง ทำให้การให้แรงบิดเสริมไม่เพียงพอ
  • เซ็นเซอร์พวงมาลัยเสียหาย - เซ็นเซอร์นี้ทำหน้าที่ตรวจจับแรงที่ผู้ขับขี่หมุนพวงมาลัยเพื่อส่งข้อมูลไปให้กล่องควบคุม หากเซ็นเซอร์ทำงานผิดพลาด กล่องควบคุมจะไม่สามารถคำนวณและสั่งงานมอเตอร์ให้ช่วยผ่อนแรงได้อย่างถูกต้อง
  • ฟิวส์หรือรีเลย์ขาด - หากวงจรไฟฟ้าของระบบนี้ขาดลงเนื่องจากฟิวส์ขาด มอเตอร์ก็จะไม่ทำงาน ทำให้พวงมาลัยหนักเหมือนรถที่ไม่มีพาวเวอร์เลยล่ะ


3.ปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากระบบผ่อนแรงแล้ว ชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับเลี้ยวก็เป็นสาเหตุสำคัญเช่นกันค่ะ

  • แรงดันลมยางอ่อนเกินไป - ยางรถยนต์ที่แบนหรือมีแรงดันต่ำกว่ามาตรฐาน จะเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนนอย่างมาก ทำให้เกิดแรงเสียดทานสูง และส่งผลให้การหมุนพวงมาลัยทำได้ยากและหนักขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสาเหตุนี้เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด
  • ศูนย์ล้อไม่ปกติ (Alignment Out) - หากมุมล้อมีการตั้งค่าที่ไม่ถูกต้อง เช่น มุมแคสเตอร์ผิดปกติ จะทำให้เกิดแรงต้านทานการหมุนพวงมาลัย
  • ชิ้นส่วนช่วงล่างติดขัด - ลูกหมากหรือข้อต่อต่าง ๆ ของระบบบังคับเลี้ยว เช่น ลูกหมากคันชัก-คันส่ง เริ่มติดขัดหรือเสื่อมสภาพเนื่องจากขาดการหล่อลื่นหรือมีสิ่งสกปรก จะเพิ่มภาระให้กับผู้ขับขี่ในการหมุนพวงมาลัย


อันตรายจากพวงมาลัยหนัก

หลายคนอาจคิดว่าอาการพวงมาลัยหนักเป็นแค่ความรำคาญที่เกิดขึ้นได้ตอนขับรถ แต่ในสถานการณ์ขับขี่จริง ปัญหานี้สามารถนำไปสู่อันตรายร้ายแรงได้เลย

 

1. การตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินช้าลง

ในสถานการณ์ที่ต้องหักหลบกะทันหัน (เช่น การเบี่ยงหลบวัตถุบนถนน) การที่พวงมาลัยหนักจะทำให้ผู้ขับขี่ออกแรงเพิ่มและช้าลงเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งอาจไม่ทันการณ์และนำไปสู่อุบัติเหตุบนท้องถนนค่ะ


2.สร้างความเมื่อยล้าให้ผู้ขับขี่

การต้องออกแรงบังคับพวงมาลัยตลอดเวลา โดยเฉพาะในการขับขี่ระยะทางไกลหรือในเมืองที่มีการเลี้ยวบ่อย จะทำให้ผู้ขับขี่อ่อนแรงได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุทางอ้อมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้


3.การควบคุมรถในความเร็วสูงยากขึ้น

แม้พวงมาลัยที่หนักจะให้ความรู้สึกมั่นคงในความเร็วสูง แต่หากน้ำหนักไม่ได้เกิดจากการออกแบบ แต่เกิดจากความขัดข้อง อาจทำให้การควบคุมรถขาดความแม่นยำและตอบสนองไม่เป็นไปตามธรรมชาติ


วิธีการแก้ไขพวงมาลัยหนักบื้องต้น

1. ตรวจเช็คน้ำมันพวงมาลัย

เปิดฝากระโปรง ตรวจระดับน้ำมันในถังพัก ถ้าพบร่องรอยคล้ายน้ำมันซึมหรือแห้งเกินไป ให้หาจุดรั่วให้เจอ ไม่ควรเติมซ้ำโดยไม่รู้ต้นเหตุ

2. ตรวจสอบเสียงผิดปกติ

ลองฟังเสียงตอนหมุนพวงมาลัย หรือขณะเลี้ยวว่ามีเสียงหอน เสียงดังผิดปกติหรือไม่ เสียงเหล่านี้มักชี้ให้เห็นร่องรอยของปัญหา

3. ดูแลลมยาง

ควรเช็กค่าแรงดันลมยางทุก 1-2 สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยน เพื่อให้การหมุนพวงมาลัยเบาขึ้นและรถรับน้ำหนักสมดุล

4. ตรวจสอบระบบ EPS

รถที่ใช้ EPS เมื่อไฟเตือนขึ้นบนหน้าปัด ควรให้ช่างใช้เครื่องวินิจฉัยเข้ารหัสหาสาเหตุโดยเร็ว

5. หลีกเลี่ยงการใช้งานรถ

ถ้าพวงมาลัยแข็งจนน่ากังวล อย่าฝืนขับต่อ เพราะอาจเสี่ยงทำให้ระบบเสียหายยิ่งขึ้น แนะนำโทรหาศูนย์หรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน


ตรวจเช็กพวงมาลัยกับทีมช่างมืออาชีพที่ ไรส์ซิ่ง ออโตโมทีฟ

ที่ ไรส์ซิ่ง ออโตโมทีฟ เรามีอุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับตรวจสอบระบบพวงมาลัยทั้งแบบดั้งเดิมและพวงมาลัยไฟฟ้า โดยเฉพาะใน รถยุโรป ซึ่งมีระบบควบคุมที่ซับซ้อนกว่ารถทั่วไป ทีมช่างของเรามีประสบการณ์สูงในการวินิจฉัยปัญหาเหล่านี้ พร้อมให้บริการอย่างละเอียดและใส่ใจ เพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์

ไม่ว่าจะเป็นอาการพวงมาลัยหนัก ฝืด หมุนยาก หรือสงสัยว่ามีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นกับระบบบังคับเลี้ยวของรถคุณ เราพร้อมให้คำแนะนำ และบริการอย่างจริงใจและเต็มที่

สาขาบริการ

  • สาขากำนันแม้น อยู่ในซอยโฮมโปร กัลปพฤกษ์ เข้ามาประมาณ 1 กม. (ตรงข้ามซอยศาลธนบุรี 29)
  • สาขาพุทธบูชา 36 อยู่ในซอย พุทธบูชา 36 แยก 1 บริเวณอู่รถเมล์สาย75 ซอยข้าง 7-11 หมู่บ้านสรัญธร
  • สาขาบางแค อยู่ติดถนนใหญ่บางแค ตรงข้ามระหว่างซอยบางแค 16 และ 14 เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ รับซ่อมรถยุโรปโดยเฉพาะ

หรือจะโทรสอบถามได้เลยที่ 095-535-9797 (คุณภูมิ)


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้